พื้นไม้เทียม WPC

พื้นไม้เทียม ทางเลือกยอดฮิตของคนรักบ้าน สวย ทนทาน ดูแลรักษาง่าย

     ในยุคที่การแต่งบ้านสไตล์ธรรมชาติ (Natural Style) หรือสไตล์มินิมอลกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก "ไม้" คือวัสดุอันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึงเพื่อสร้างความอบอุ่นและอบอวลไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย แต่ด้วยข้อจำกัดของไม้จริง ทั้งเรื่องราคาที่สูง ปัญหากลปลวก ความชื้น และการผุกร่อนตามกาลเวลา ทำให้ "พื้นไม้เทียม" กลายเป็นนวัตกรรมทดแทนที่ตอบโจทย์เจ้าของบ้านยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

พื้นไม้เทียมคืออะไร?

พื้นไม้เทียม คือวัสดุสังเคราะห์ที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อเลียนแบบลวดลาย พื้นผิว และสีสันของไม้จริง โดยทั่วไปมักผลิตจากวัสดุหลัก 2 ประเภท ได้แก่:

  1. ไม้เทียม WPC (Wood Plastic Composite): เกิดจากการผสมผสานระหว่างผงไม้จริงกับพลาสติก (PVC หรือ PE) ผ่านความร้อนสูง ทำให้มีความยืดหยุ่น ทนทาน และมีสัมผัสที่ใกล้เคียงไม้จริงมาก
  2. ไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ (Fiber Cement): ผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ผสมกับเส้นใยเซลลูโลส มีจุดเด่นเรื่องความแข็งแรงทนทานสูง ไม่หดตัว และทนไฟ นิยมใช้ทั้งงานพื้นภายในและภายนอก

ข้อดีที่ทำให้พื้นไม้เทียมครองใจเจ้าของบ้าน

  • ทนทานทุกสภาพอากาศ: พื้นไม้เทียมรุ่นใหม่ๆ ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อแดด ฝน และความชื้นสูง ไม่บวมน้ำ ไม่โก่งงอ และที่สำคัญคือ "ปลวกไม่กิน"
  • ดูแลรักษาง่าย (Low Maintenance): ไม่จำเป็นต้องทาน้ำยาเคลือบรักษาเนื้อไม้บ่อยๆ เหมือนไม้จริง เพียงแค่กวาดและถูทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปก็เพียงพอ
  • ปลอดภัย ไร้เสี้ยนไม้: พื้นผิวผ่านกระบวนการผลิตที่เรียบเนียน ไม่มีเสี้ยนหนามตำเท้า เดินสบายเท้า และปลอดภัยต่อเด็กและผู้สูงอายุ
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่า เนื่องจากใช้ผงไม้เหลือใช้จากอุตสาหกรรมมาแปรรูป หรือบางชนิดผลิตจากวัสดุรีไซเคิล
  • ติดตั้งสะดวกรวดเร็ว: ปัจจุบันมีระบบคลิกล็อก (Click Lock) หรือระบบโครงสร้างที่ช่วยให้ช่างติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลาและค่าแรง

การใช้งานพื้นไม้เทียมยอดนิยม

  • งานภายนอก (Outdoor): นิยมใช้ปูพื้นรอบสระว่ายน้ำ ระเบียงบ้าน (Balcony/Decking) ทางเดินในสวน หรือศาลาพักผ่อนกลางแจ้ง เนื่องจากทนแดดทนฝนได้ดี
  • งานภายใน (Indoor): ปูพื้นห้องรับแขก ห้องนอน หรือห้องทำงาน เพื่อให้บ้านดูอบอุ่นและมีความเป็นธรรมชาติ โดยมักใช้พื้นไม้เทียมแบบ SPC (Stone Plastic Composite) หรือ WPC ชนิดคลิกล็อก

ข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ

  • การสะสมความร้อน: หากเป็นพื้นไม้เทียมที่ติดตั้งกลางแจ้ง (โดนแดดจัดๆ) อาจเกิดความร้อนสะสมได้มากกว่าไม้จริงในบางประเภท แนะนำให้เลือกเฉดสีอ่อนหากต้องใช้งานกลางแจ้งตลอดวัน
  • คุณภาพตามราคา: ควรเลือกซื้อจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐาน มั่นใจได้เรื่องส่วนผสมที่ไม่เปราะหักง่าย และอายุการใช้งานที่ยาวนาน

บทสรุป

พื้นไม้เทียม ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เรื่องความสวยงามที่ช่วยเนรมิตให้บ้านของคุณดูอบอุ่นและหรูหราขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เพราะช่วยลดปัญหาเรื่องการซ่อมแซมจุกจิก ทนทานต่อสภาพอากาศ และดูแลรักษาง่าย หากคุณกำลังมองหาวัสดุปูพื้นที่ผสมผสานระหว่างความงามของธรรมชาติและความแข็งแรงของนวัตกรรมยุคใหม่ พื้นไม้เทียมคือคำตอบที่ไม่ควรมองข้ามครับ

 

พื้นไม้เทียม wpc

  • รหัสสินค้า : WPC-P20 ไม้เทียม 6 นิ้ว สีน้ำตาลดำ ความยาว 2.9 ม.
    0.00 ฿
  • รหัสสินค้า : WPC-P11 ไม้เทียม 6 นิ้ว สีน้ำตาลเทาอ่อน ความยาว 2.9 ม.
    0.00 ฿
  • รหัสสินค้า : WPC-P06 ไม้เทียม 6 นิ้ว สีน้ำตาลเข้ม ความยาว 3 ม.
    0.00 ฿
  • รหัสสินค้า : WPC-P04 ไม้เทียม 6 นิ้ว สีน้ำตาลแดง ความยาว 3 ม.
    0.00 ฿

เจาะลึกรายละเอียด "พื้นไม้เทียม" ประเภท การติดตั้ง และวิธีเลือกซื้อให้ตอบโจทย์

จากบทความเบื้องต้นที่ทำความรู้จักกับพื้นไม้เทียมกันไปแล้ว ในส่วนนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดที่ละเอียดยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องประเภทวัสดุเชิงลึก ขั้นตอนการติดตั้ง และเคล็ดลับการเลือกซื้อ เพื่อให้คุณนำไปประกอบการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจครับ

1. เจาะลึกวัสดุ: WPC vs ไฟเบอร์ซีเมนต์ vs SPC แตกต่างกันอย่างไร?

การเลือกใช้พื้นไม้เทียมให้ถูกประเภทกับพื้นที่ใช้งานถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยหลักๆ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทที่นิยมในตลาด:

  • WPC (Wood Plastic Composite):
    • ส่วนประกอบ: ผงไม้ประมาณ 50-60% + พลาสติก (PE หรือ PVC) + สารเติมแต่ง
    • คุณเด่น: ยืดหยุ่นสูง ผิวสัมผัสมีความใกล้เคียงไม้จริงมากที่สุด ไม่ผุกร่อน และปลวกไม่กิน
    • เหมาะสำหรับ: ทั้งงานภายในและภายนอก (โดยเฉพาะพื้นที่ระเบียงหรือรอบสระว่ายน้ำ)
  • ไฟเบอร์ซีเมนต์ (Fiber Cement):
    • ส่วนประกอบ: ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ + เส้นใยเซลลูโลส + ทรายซิลิก้า
    • จุดเด่น: แข็งแรงทนทานสูงมาก รับน้ำหนักได้ดี ไม่หดตัว ทนไฟ ปลวกและแมลงไม่ทำ 100%
    • เหมาะสำหรับ: งานภายนอกที่ต้องรับน้ำหนักมาก หรือพื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ (เช่น ระเบียงกว้าง, ทางเดินสวนสาธารณะ)
  • SPC (Stone Plastic Composite) หรือที่มักเรียกติดปากว่ากระเบื้องยางลายไม้:
    • ส่วนประกอบ: หินปูนบดละเอียด (CaCO3) + เม็ดพลาสติก PVC
    • จุดเด่น: กันน้ำ 100% ไม่ขยายตัวหรือหดตัวตามอุณหภูมิ แข็งแรง ทนต่อรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม
    • เหมาะสำหรับ: งานภายในอาคาร เช่น ห้องนอน ห้องรับแขก คอนโดมิเนียม

2. ขั้นตอนการติดตั้งพื้นไม้เทียม (คร่าวๆ เพื่อความเข้าใจ)

การติดตั้งพื้นไม้เทียมจะมีกรรมวิธีที่ต่างจากไม้จริงค่อนข้างมาก เพื่อให้โครงสร้างรองรับการขยายตัวของวัสดุ:

1.       การเตรียมพื้นผิว: พื้นปูนเดิมต้องเรียบ สะอาด และแห้งสนิท หากเป็นพื้นที่กลางแจ้งต้องปรับระดับให้มีสโลป (Slope) เล็กน้อยเพื่อให้น้ำไหลระบายได้ ไม่ขังนิ่ง

2.       การทำโครงตง (สำหรับงานภายนอก): มักใช้โครงเหล็กชุบกันสนิม (Galvanized) หรือโครงอลูมิเนียม เว้นระยะห่างของตงตามมาตรฐานของรุ่นไม้เทียมนั้นๆ (โดยทั่วไปประมาณ 30-40 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้พื้นแอ่นตัว)

3.       การติดตั้งแผ่นไม้เทียม:

o   ระบบคลิป (Clip System): นิยมใช้กับไม้ระเบียง WPC โดยใช้คลิปพลาสติกหรือสแตนเลสยึดระหว่างร่องไม้ ขันน็อตเข้ากับโครงตง ทำให้มองไม่เห็นหัวสกรูบนผิวหน้าไม้ สวยงามและปลอดภัย

o   ระบบคลิกล็อก (Click Lock): นิยมใช้กับ SPC ภายใน แค่เข้าลิ้นต่อกันโดยไม่ต้องใช้กาวหรือตะปู

4.       การเก็บงาน: เก็บขอบด้วยคิ้ว บัว หรือฉากจบ เพื่อความเรียบร้อยสวยงาม

3. เคล็ดลับการเลือกซื้อและการใช้งานให้ยาวนาน

  • เลือกเกรดให้ตรงกับแดดและฝน: หากนำไปใช้กลางแจ้ง (Outdoor) ต้องเลือกไม้ประเภท WPC กลางแจ้ง หรือไฟเบอร์ซีเมนต์ที่มีสารเคลือบป้องกันรังสี UV เพื่อป้องกันสีซีดจางและกรอบแตกง่าย
  • ตรวจสอบค่าความหนา: สำหรับพื้นระเบียงภายนอก ความหนาของแผ่นไม้ไม่ควรน้อยกว่า 20-25 มิลลิเมตร เพื่อความแข็งแรงในการรับน้ำหนัก
  • การทำความสะอาดและการดูแล:
    • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำMuriatic Acid หรือน้ำยาpoweredล้างห้องน้ำที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงราดบนพื้นไม้เทียม เพราะอาจทำให้สีด่างได้
    • หากเกิดคราบฝังลึก สามารถใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดขัดเบาๆ บริเวณนั้นออกได้ (เฉพาะไม้ WPC บางประเภท) เนื่องจากเนื้อไม้เป็นสีเดียวกันตลอดทั้งแผ่น

 

Visitors: 54,043